อุทยานแห่งชาติหาดวนกร

อุทยานแห่งชาติหาดวนกร แต่เดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าวังด้วนและป่าห้วยยาง เป็นที่ตั้งของสวนป่าห้วยทราย ท้องที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ สวนป่าห้วยยาง สวนรุกขชาติห้วยยาง และสถานีวนกรรมห้วยยาง ท้องที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาสถานีวนกรรมห้วยยางได้ถูกยกเลิกไป เมื่อทางกรมป่าไม้มีนโยบายที่จะจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ จึงได้โอนพื้นที่แห่งนี้มาให้กองอุทยานแห่งชาติดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2532 เป็นต้นมา และได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าวังด้วน ป่าห้วยยาง และเกาะใกล้เคียง ในท้องที่ตำบลห้วยทราย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมเนื้อที่ 38 ตารางกิโลเมตร โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2535 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 76 ของประเทศไทย

อุทยานแห่งชาติหาดวนกร เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ห่างจากประจวบคีรีขันธ์ไปทางอำเภอทับสะแก ประมาณ 23 กิโลเมตร มีชายหาดอันลือชื่อของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ทอดตัวเป็นแนวยาวลงไปในทะเล ทิวทัศน์ที่เงียบสงบ หาดทรายขาวสะอาด บนฝั่งมีทิวสนทะเลและสนประดิพัทธ์เป็นแนวขนานกับทะเล มีพื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 23,750 ไร่ หรือ 38 ตารางกิโลเมตร ในเขตตำบลห้วยทราย ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง และตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ที่ปลูกขึ้นใหม่ ได้แก่ สนทะเล สนประดิพัทธ์ สะเดา เป็นต้น

ลักษณะภูมิประเทศ
อุทยานแห่งชาติหาดวนกร มีทางรถไฟสายใต้ผ่านตอนกลางของพื้นที่ มีอาณาเขตทิศเหนือติดที่ดินกรรมสิทธิ์บ้านวังด้วน และค่ายตำรวจตระเวนชายแดน ทิศใต้จดห้วยคอกม้า และสถานีฝึกนิสิตคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทิศตะวันออกจดทะเลอ่าวไทย และทิศตะวันตกจดถนนเพชรเกษม โดยทั่วไปอุทยานแห่งชาติหาดวนกรเป็นที่ราบหลังชายหาด มีเกาะเล็กๆ 2 เกาะ คือ เกาะจาน และเกาะท้ายทรีย์ ลำห้วยที่สำคัญได้แก่ ห้วยคลองหินจวง ซึ่งไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ แต่ปริมาณน้ำมีน้อย ในฤดูแล้งขาดเป็นช่วงๆ

ลักษณะภูมิอากาศ
พื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดวนกรตั้งอยู่ในเขตภาคใต้ของประเทศไทย และมีพื้นที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล ลักษณะในแต่ละฤดูกาลจึงไม่แตกต่างกันมากนัก สภาพภูมิอากาศแบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาล คือ ฤดูฝน เริ่มต้นเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย และยังมีร่องความกดอากาศต่ำพัดผ่านภาคใต้เป็นระยะๆ ต่อจากนั้นถึงเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นระยะแรกที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้ยังคงมีฝนตกชุกต่อเนื่องจนถึงเดือนธันวาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปีมากกว่า 1,100 มิลลิเมตร ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้อุณหภูมิลดลงทั่วไป และมีอากาศหนาวเย็นเป็นครั้งคราว โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำสุดในเดือนธันวาคมและมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคม 20 องศาเซลเซียส ฤดูร้อน เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงเปลี่ยนฤดู ระยะนี้เป็นช่องว่างของลมมรสุมหลังจากสิ้นฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น อากาศจะเริ่มร้อนโดยเฉพาะในเดือนมีมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดในเดือนเมษายนประมาณ 29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 27 องศาเซลเซียส

พืชพรรณและสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติหาดวนกรเดิมเป็นพื้นที่สวนป่าเก่า ความหลากหลายทางพืชพันธุ์ธรรมชาติจึงมีให้เห็นไม่มากนัก สภาพป่าที่พบในปัจจุบันจึงค่อนข้างโปร่งประกอบด้วย ป่าชายหาด ขึ้นเป็นบริเวณแคบตามแนวชายหาดและโขดหินที่ได้รับอิทธิพลจากทะเล

พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ สนทะเล หูกวาง โพทะเล ปอทะเล สารภีทะเล ขลู่และผักบุ้งทะเล ป่าเบญจพรรณ พบบริเวณทั่วไป มีสภาพเป็นป่ารุ่นที่สอง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ยาง เกด ประดู่ มะค่าแต้ มะค่าโมง พะยอม ตะเคียนทอง หว้า ดำดง ตะแบก ตะแบกกราย ขนาน ฝาง สะเดา ติ้ว อ้อยช้าง พืชพื้นล่างได้แก่ เข็มป่า ข่อย กระไดลิง เถาย่านาง ไผ่นวล ไผ่ป่า สาบเสือ หนามเล็บเหยี่ยว นมวัว หนามคณทา เปล้าน้อย หนามเกี่ยวไก่ ตะขบ ฯลฯ และ ป่าเขาหินปูน พบบริเวณเกาะจานและเกาะท้ายทรีย์ พันธุ์ไม้ที่พบเป็นไม้ขนาดเล็กและเจริญเติบโตช้า ได้แก่ สลัดได เป็นต้น สำหรับพันธุ์ไม้ที่ปลูกในพื้นที่สวนป่าเก่า ได้แก่ สนทะเล สะเดา งิ้ว นนทรี มะฮอกกานี กระถินณรงค์ ยูคาลิปตัส คูณ แสมสาร จามจุรี สัก และสีเสียดแก่น เป็นต้น

ด้วยสภาพพื้นที่ขนาดเล็กและเป็นป่าโปร่ง สัตว์ป่าที่พบมีจำนวนน้อยชนิด ส่วนใหญ่เป็นนกชนิดต่างๆ ได้แก่ ไก่ป่า นกเอี้ยงสาริกา นกขมิ้นท้ายทอยดำ นกยางทะเล นกยางกรอก นกแซงแซวหางปลา นกแซงแซวหางบ่วง นกดุเหว่า นกตะขาบทุ่ง นกกระแตแต้แว้ด นกเอี้ยงสาริกา อีกา นกกางเขนบ้าน นกจาบคาเล็ก นกจาบคาหัวสีส้ม นกเขาใหญ่ นกเขาเปล้า นกปรอดสวน นกบั้งรอก นกกะปูด นกกระรางหัวหงอก นกเค้าแมว นกแอ่นบ้าน นกนางแอ่นกินรัง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้แก่ กระแต กระรอก อีเห็น กระต่ายป่า พังพอน ชะมดเช็ด สุนัขจิ้งจอก และเม่น สัตว์เลื้อยคลาน ได้แก่ ตะกวด แย้ งูเห่า งูกะปะ งูเหลือม สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ได้แก่ กบ อึ่งอ่าง และเขียด และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่พบตามแนวชายหาด เช่น ปูลม ปูเสฉวน หอยทับทิม หอยเวียน หอยเจดีย์ เป็นต้น

อุทยานแห่งชาติหาดวนกรครอบคลุมพื้นน้ำประมาณ 15.36 ตารางกิโลเมตร สัตว์น้ำที่พบเป็นจำพวกปลาน้ำจืดได้แก่ ปลาดุก ปลาช่อน ปลาขาว ปลาหมอ ปลานิล และในส่วนของทรัพยากรใต้ทะเลจะพบปลากระบอก ปลาเก๋า ปลากะพง ปลาสีกุน ปลาสลิดหิน ฯลฯ ปะการัง กัลปังหา พบในบริเวณเกาะจานและเกาะท้ายทรีย์

หาดวนกร
เป็นหาดอันลือชื่อของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหาดทรายขาวสะอาด ทอดตัวเป็นแนวยาวสลับกับหัวกรังโขดหินที่ยื่นลงไปในทะเล เหนือขึ้นมาบนชายฝั่งมีทิวสนทะเลและสนประดิพัทธ์เป็นแนวยาวขนานไปกับทะเล ข้อแตกต่างของสนทั้งสองชนิดนี้ คือ สนทะเลจะพบผลของมันอยู่ใต้ต้นเสมอ กิ่งก้านไม่ค่อยเป็นระเบียบ ส่วนสนประดิพัทธ์จะไม่มีผลและเมล็ด กิ่งก้านจะเป็นระเบียบกว่า ชายหาดมีความลาดชันต่ำ และไม่มีแอ่งน้ำวน สามารเล่นน้ำทะเลได้อย่างปลอดภัย

อ่าวมะค่า
เป็นบริเวณคุ้งน้ำชายฝั่งทะเลจากบ้านวังด้วนถึงปากคลองน้ำจืด ลักษณะเป็นหน้าผาริมทะเล มีโขดหิน ตลิ่งชัน เสียงคลื่นกระทบฝั่งประสานกับเสียงสนลู่ลม อากาศเย็นสบาย เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม เมื่อมองไปในทะเลจะเห็นเกาะจานและเกาะท้ายทรีย์เป็นรูปปลาวาฬลอยอยู่ในทะเล

เกาะจานและเกาะท้ายทรีย์
อยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 0.7 กิโลเมตร บนเกาะมีการทำสัมปทานนกนางแอ่น มีชายหาดทรายที่ขาวละเอียดยาวประมาณ 100 เมตร และมีแนวปะการังบริเวณท้ายเกาะ บนเกาะทั้งสองมีถ้ำ ซึ่งเป็นที่อยู่ของนกแอ่นกินรังนับแสนตัว

นักท่องเที่ยวที่สนใจดำน้ำชมปะการัง สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โดยราคาตั๋ว จะรวมค่าเรือ อุปกรณ์ดำน้ำตื้น อาหารและน้ำดื่ม 1 มื้อ ใช้เวลาเดินทางและดำน้ำรวมประมาณ 3 ชั่วโมง เรือจะเออกเดินทางสู่เกาะในช่วงเข้าตั้งแต่ 8.00 น. และไม่เกิน 12.00 น.

ลานข่อยธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติหาดวนกร มีลานข่อยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเอง อยู่บริเวณด้านหลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นข่อยที่เกิดจากต้นแม่ที่ล้มลงแล้วเกิดรากไหลตามใต้พื้นดินแทงต้นขึ้นมา เป็นข่อยที่อยู่ในวงศ์ MORACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Streblus asper Lour. มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ พบตามป่าเบญจพรรณ ถึงป่าดิบแล้ง ออกดอกระหว่างเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ และเป็นผลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายนมีประโยชน์เปลือกใช้ทำกระดาษที่ปลวกไม่กิน กิ่งสดทุบทำยาสีฟัน เนื้อไม้เป็นยาขับปัสสาวะ กระพี้แก้พยาธิ หรือฝนกับน้ำทาเป็นยาแก้คัน นอกจากประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ข่อยยังสามารถดัด หรือตกแต่งเป็นรูปต่างๆ ได้ ที่อุทยานฯ ได้ทำเป็นรูปทรงกลม สวยงามแปลกตาเหมาะที่จะถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก

กิจกรรมชายหาด ดำน้ำตื้นดูปะการังที่เกาะจานและเกาะท้ายทรีย์ แค้มป์ปิ้ง เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมพรรณไม้ ดูนก ตกหมึก

มีร้านขายของที่ระลึก อยู่ใกล้ลานจอดรถ เป็นร้านที่นำสินค้าพื้นบ้านมาจัดจำหน่าย (OTOP) เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงอุทยานแห่งชาติ

ผู้ใหญ่ 20-80 บาท (ขึ้นอยู่กับอุทยานฯ)
เด็ก 10-40 บาท (ขึ้นอยู่กับอุทยานฯ)
รถยนต์ 30 บาท

ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดวนกร
หมู่ที่ 7 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77130
โทรศัพท์: 032-646-290, 032-619-030
โทรสาร: 032-646-290
อีเมล์: reserve@dnp.go.th

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ
โทรศัพท์: 02-562-0760

สิ่งอำนวยความสะดวก
อุทยานแห่งชาติิได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยว
รายละเอียดเข้าไปดูที่เว็บของกรม เลือกเมนูลิงค์สิ่งอำนวยความสะดวก และที่พัก-บริการ คลิกที่นี่

ติดต่อจองที่พักของทางอุทยานแห่งชาติ
สามารถจองที่พักได้ด้วยตนเองผ่านทางอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช www.dnp.go.th


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Skip to toolbar